top of page

Plastic Labware Guide

คู่มือเลือกใช้อุปกรณ์พลาสติกสำหรับห้องปฏิบัติการ
คู่มือเลือกใช้อุปกรณ์พลาสติกสำหรับห้องปฏิบัติการ

Plastic Labware หรืออุปกรณ์พลาสติกสำหรับห้องปฏิบัติการ เป็นอุปกรณ์ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในงานวิจัย การวิเคราะห์ และการทดสอบทางวิทยาศาสตร์ ด้วยคุณสมบัติที่มีน้ำหนักเบา ใช้งานสะดวก และมีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ


อย่างไรก็ตาม พลาสติกแต่ละชนิดมีคุณสมบัติแตกต่างกัน ทั้งด้านความทนทานต่อสารเคมี อุณหภูมิ และความเหมาะสมกับตัวอย่าง การเลือกวัสดุที่ถูกต้องจึงมีความสำคัญต่อความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือของผลการทดลอง


1. รู้จักพลาสติกที่ใช้ในห้องปฏิบัติการ

Polypropylene (PP)

เป็นพลาสติกที่มีความเหนียว ทนทานต่อสารเคมีหลายประเภท และสามารถทนความร้อนสำหรับการนึ่งฆ่าเชื้อด้วย Autoclave ได้ในผลิตภัณฑ์ที่ผู้ผลิตรับรอง เหมาะสำหรับอุปกรณ์ เช่น Centrifuge Tubes, Microcentrifuge Tubes และ Sample Containers


Polystyrene (PS)

เป็นพลาสติกที่มีความใสและคงรูปได้ดี เหมาะสำหรับอุปกรณ์ที่ต้องการมองเห็นตัวอย่างอย่างชัดเจน เช่น Petri Dishes, Cell Culture Plates และภาชนะพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวบางประเภท แต่ไม่เหมาะสำหรับการนึ่งฆ่าเชื้อด้วย Autoclave


Polyethylene (PE)

เป็นพลาสติกที่มีความทนทานต่อสารเคมีหลายชนิด มีทั้งแบบ High-Density Polyethylene (HDPE) และ Low-Density Polyethylene (LDPE) นิยมใช้ผลิตขวดเก็บสารละลายและขวดล้างอุปกรณ์ โดยไม่เหมาะกับการนึ่งฆ่าเชื้อด้วย Autoclave ทั่วไป


Polycarbonate (PC)

เป็นพลาสติกที่มีความแข็งแรงและทนต่อแรงกระแทก มีความโปร่งใส และสามารถทนความร้อนได้ดีในผลิตภัณฑ์บางประเภท เหมาะสำหรับงานที่ต้องการความทนทานเป็นพิเศษ ทั้งนี้ควรตรวจสอบความเข้ากันได้กับสารเคมีและเงื่อนไขการใช้งานก่อนเลือกผลิตภัณฑ์


2. เลือกวัสดุตามประเภทสารเคมี

อุปกรณ์พลาสติกแต่ละชนิดมีความทนทานต่อกรด ด่าง และตัวทำละลายแตกต่างกัน ตัวอย่างเช่น PP และ PE สามารถทนสารเคมีหลายประเภทได้ดี ขณะที่ PS มีข้อจำกัดในการสัมผัสตัวทำละลายอินทรีย์บางชนิด

ก่อนใช้งานควรตรวจสอบ Chemical Compatibility Chart ของผู้ผลิต โดยพิจารณาทั้งชนิดสารเคมี ความเข้มข้น อุณหภูมิ และระยะเวลาสัมผัส


3. ตรวจสอบความทนทานต่ออุณหภูมิ

หากต้องใช้งานที่อุณหภูมิสูงหรือผ่านกระบวนการ Autoclave ควรเลือกอุปกรณ์ที่ผู้ผลิตระบุว่าสามารถรองรับกระบวนการดังกล่าวได้

ในทางกลับกัน การเก็บตัวอย่างในอุณหภูมิต่ำหรือแช่แข็งจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ที่รองรับสภาวะนั้นโดยเฉพาะ เนื่องจากพลาสติกบางชนิดอาจเปราะหรือแตกร้าวเมื่อสัมผัสความเย็นจัด


4. เลือกตามลักษณะการใช้งาน

  • Centrifuge Tubes: ควรตรวจสอบความจุ วัสดุ และค่าแรงเหวี่ยงสูงสุด (RCF) ที่รองรับ

  • Pipette Tips: ควรเลือกให้เข้ากับไมโครปิเปตและช่วงปริมาตร

  • Petri Dishes: เลือกวัสดุและระดับความปลอดเชื้อให้เหมาะกับงานเพาะเลี้ยง

  • Sample Containers: พิจารณาความทนทานต่อสารเคมี การปิดผนึก และสภาวะการเก็บรักษา

  • Cell Culture Plates: ตรวจสอบคุณสมบัติพื้นผิว เช่น การปรับสภาพเพื่อส่งเสริมการยึดเกาะของเซลล์


5. พิจารณามาตรฐานและข้อมูลผลิตภัณฑ์

อุปกรณ์ที่เหมาะสมควรมีรายละเอียดทางเทคนิคชัดเจน เช่น ชนิดวัสดุ ข้อจำกัดด้านอุณหภูมิ ความเข้ากันได้กับสารเคมี และข้อมูลรับรองคุณภาพที่เกี่ยวข้อง

สำหรับงานที่มีความละเอียดอ่อน ควรตรวจสอบระดับความสะอาดหรือการรับรองเฉพาะทางเพิ่มเติมตามข้อกำหนดของการทดลอง


สรุป

การเลือก Plastic Labware ไม่ควรพิจารณาเฉพาะรูปทรง ขนาด หรือราคา แต่ต้องคำนึงถึงคุณสมบัติของวัสดุและสภาพการใช้งานจริง เพื่อป้องกันการเสียหายของอุปกรณ์ การปนเปื้อน และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับตัวอย่าง

การเลือกใช้อุปกรณ์พลาสติกอย่างเหมาะสมช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และความน่าเชื่อถือในการทำงานของห้องปฏิบัติการ

ค้นหา Plastic Labware ที่เหมาะสมกับงานวิจัยและงานวิเคราะห์ของคุณ


bottom of page