top of page

Infrared Thermometer Guide

คู่มือการเลือกและใช้งานเครื่องวัดอุณหภูมิอินฟราเรด
คู่มือการเลือกและใช้งานเครื่องวัดอุณหภูมิอินฟราเรด

Infrared Thermometer หรือเครื่องวัดอุณหภูมิอินฟราเรด เป็นเครื่องมือสำหรับตรวจวัดอุณหภูมิพื้นผิววัตถุโดยไม่จำเป็นต้องสัมผัสโดยตรง


อุปกรณ์ประเภทนี้เหมาะสำหรับการตรวจสอบอุณหภูมิของเครื่องจักร พื้นผิวอุปกรณ์ ระบบทำความร้อน และบริเวณที่เข้าถึงได้ยากหรือไม่เหมาะกับการใช้เซนเซอร์แบบสัมผัส


อย่างไรก็ตาม ความถูกต้องของผลการวัดขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของเครื่องมือ ลักษณะพื้นผิว ระยะการวัด และวิธีการใช้งาน


1. Infrared Thermometer ทำงานอย่างไร?

วัตถุที่มีอุณหภูมิสูงกว่าศูนย์สัมบูรณ์จะแผ่รังสีความร้อนออกมา โดยเครื่องวัดอินฟราเรดตรวจจับพลังงานรังสีในช่วงความยาวคลื่นที่เครื่องออกแบบไว้ แล้วคำนวณเป็นค่าอุณหภูมิพื้นผิว


ข้อดีคือสามารถวัดอุณหภูมิได้อย่างรวดเร็วโดยไม่สัมผัสวัตถุ


อย่างไรก็ตาม เครื่องวัดอุณหภูมิอินฟราเรดทั่วไปไม่ได้วัดอุณหภูมิภายในของวัตถุ และไม่สามารถวัดอุณหภูมิผ่านกระจกทั่วไปได้อย่างถูกต้องโดยอัตโนมัติ


2. เลือกช่วงอุณหภูมิให้เหมาะกับงาน

Temperature Range คือช่วงอุณหภูมิที่เครื่องรองรับ


การเลือกเครื่องมือควรคำนึงถึงอุณหภูมิต่ำสุดและสูงสุดที่คาดว่าจะพบ เช่น

  • งานห้องปฏิบัติการ: ตรวจสอบอุณหภูมิพื้นผิวอุปกรณ์และระบบให้ความร้อน

  • งานซ่อมบำรุง: ตรวจสอบบริเวณที่มีความร้อนผิดปกติของเครื่องจักร

  • งานระบบปรับอากาศ: ตรวจสอบอุณหภูมิพื้นผิวท่อและอุปกรณ์

  • งานอุตสาหกรรม: ตรวจวัดพื้นผิวที่มีอุณหภูมิสูง โดยใช้เครื่องที่รองรับช่วงอุณหภูมินั้น

ควรเลือกเครื่องที่มีช่วงการวัดเหมาะสมและมีข้อกำหนด Accuracy ในช่วงอุณหภูมิที่ใช้งานจริง


3. ทำความเข้าใจ Distance-to-Spot Ratio

Distance-to-Spot Ratio (D) เป็นอัตราส่วนระหว่างระยะห่างจากเครื่องถึงเป้าหมายกับขนาดพื้นที่ที่เครื่องตรวจวัด


ตัวอย่างเช่น เครื่องที่มี D เท่ากับ 12:1 โดยประมาณจะวัดพื้นที่ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 1 ซม. เมื่ออยู่ห่างจากเป้าหมาย 12 ซม. ภายใต้เงื่อนไขการวัดตามข้อกำหนดของเครื่อง


ยิ่งอยู่ห่างจากวัตถุมาก พื้นที่ที่เครื่องรับรังสีโดยทั่วไปก็จะกว้างขึ้น


ดังนั้น ควรให้พื้นที่เป้าหมายมีขนาดใหญ่กว่าพื้นที่วัด เพื่อหลีกเลี่ยงการอ่านอุณหภูมิจากพื้นผิวรอบข้างปะปนกับเป้าหมาย

จุดเลเซอร์บนเครื่องใช้ช่วยเล็งตำแหน่ง ไม่ได้หมายความว่าเครื่องวัดเฉพาะพื้นที่เล็กเท่าจุดเลเซอร์


4. Emissivity คืออะไร และสำคัญอย่างไร?

Emissivity หรือค่าการแผ่รังสี เป็นคุณสมบัติที่บ่งบอกความสามารถของพื้นผิวในการแผ่รังสีความร้อนเมื่อเทียบกับวัตถุดำอุดมคติที่มีอุณหภูมิเดียวกัน


พื้นผิวด้านและวัสดุทั่วไปจำนวนมากมีค่า Emissivity สูง ขณะที่โลหะขัดเงาหรือพื้นผิวสะท้อนแสงมักมีค่า Emissivity ต่ำ


หากตั้งค่า Emissivity ไม่เหมาะสม เครื่องอาจแสดงอุณหภูมิคลาดเคลื่อน โดยเฉพาะการวัดพื้นผิวโลหะมันวาวที่สะท้อนรังสีความร้อนจากสภาพแวดล้อม


สำหรับงานที่ต้องการความแม่นยำ ควรเลือกเครื่องที่ปรับ Emissivity ได้ และใช้ค่าที่เหมาะสมกับลักษณะพื้นผิว


5. คุณสมบัติที่ควรพิจารณาก่อนเลือกซื้อ

  • Temperature Range: ช่วงอุณหภูมิที่วัดได้

  • Accuracy: ข้อกำหนดความคลาดเคลื่อนของการวัด

  • D Ratio: ความเหมาะสมกับขนาดเป้าหมายและระยะวัด

  • Adjustable Emissivity: ความสามารถในการปรับค่าการแผ่รังสี

  • Response Time: ระยะเวลาตอบสนองของเครื่อง

  • Display and Data Functions: ระบบแสดงผล บันทึกค่า หรือแจ้งเตือนตามความจำเป็น

สำหรับงานเฉพาะทางควรตรวจสอบว่ารุ่นที่เลือกออกแบบมาสำหรับพื้นผิวและสภาพแวดล้อมนั้นจริง


6. วิธีใช้งานให้ได้ผลน่าเชื่อถือ

  1. ตรวจสอบว่าอุณหภูมิเป้าหมายอยู่ในช่วงการวัดของเครื่อง

  2. ตั้งค่า Emissivity ให้เหมาะกับพื้นผิว

  3. เลือกระยะวัดให้พื้นที่เป้าหมายใหญ่กว่าจุดวัด

  4. หลีกเลี่ยงการวัดผ่านกระจกหรือสิ่งกีดขวางที่ไม่รองรับการส่งผ่านอินฟราเรด

  5. ระมัดระวังการสะท้อนความร้อนจากวัตถุรอบข้าง

  6. ตรวจสอบสภาพเลนส์และสอบเทียบตามข้อกำหนดของงาน


สรุป

Infrared Thermometer เป็นเครื่องมือที่ช่วยตรวจวัดอุณหภูมิพื้นผิวได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัยจากระยะห่างที่เหมาะสม


การเลือกใช้งานควรพิจารณาช่วงอุณหภูมิ ความแม่นยำ D Ratio และ Emissivity ควบคู่กับวิธีวัด เพื่อให้ผลที่ได้สะท้อนสภาวะของพื้นผิวอย่างน่าเชื่อถือ


ค้นหา Infrared Thermometer และเครื่องมือวัดอุณหภูมิสำหรับงานห้องปฏิบัติการและอุตสาหกรรม


bottom of page