top of page

What is ISO/IEC 17025?

ISO/IEC 17025 คืออะไร? มาตรฐานสำคัญสำหรับห้องปฏิบัติการทดสอบและสอบเทียบ
ISO/IEC 17025 คืออะไร? มาตรฐานสำคัญสำหรับห้องปฏิบัติการทดสอบและสอบเทียบ

ความถูกต้องและความน่าเชื่อถือของผลการทดสอบเป็นสิ่งสำคัญในงานวิทยาศาสตร์ อุตสาหกรรม และการควบคุมคุณภาพ เนื่องจากผลการวิเคราะห์จากห้องปฏิบัติการมักถูกนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพผลิตภัณฑ์ ความปลอดภัย และการปฏิบัติตามข้อกำหนดต่างๆ


ISO/IEC 17025 เป็นมาตรฐานสากลที่กำหนดข้อกำหนดสำหรับความสามารถของห้องปฏิบัติการทดสอบและสอบเทียบ เพื่อสนับสนุนให้ห้องปฏิบัติการดำเนินงานอย่างมีความสามารถ เป็นกลาง และให้ผลการทดสอบหรือสอบเทียบที่ถูกต้องและน่าเชื่อถือ


การทำความเข้าใจมาตรฐานนี้ช่วยให้องค์กรสามารถประเมินคุณภาพของห้องปฏิบัติการ และเลือกใช้บริการทดสอบหรือสอบเทียบได้อย่างเหมาะสม


1. ISO/IEC 17025 คืออะไร?

ISO/IEC 17025 มีชื่อเต็มว่า General Requirements for the Competence of Testing and Calibration Laboratories


เป็นมาตรฐานที่พัฒนาร่วมกันโดย International Organization for Standardization (ISO) และ International Electrotechnical Commission (IEC) เพื่อกำหนดข้อกำหนดทั่วไปสำหรับความสามารถ ความเป็นกลาง และการดำเนินงานอย่างสม่ำเสมอของห้องปฏิบัติการ


มาตรฐานนี้ครอบคลุมทั้งระบบบริหารจัดการและความสามารถทางเทคนิค เช่น บุคลากร เครื่องมือวัด วิธีทดสอบ การสอบกลับทางมาตรวิทยา และการควบคุมคุณภาพของผลการวัด

ฉบับที่ใช้อ้างอิงในปัจจุบันคือ ISO/IEC 17025:2017 ซึ่งเป็นฉบับที่ 3 ของมาตรฐาน


2. ISO/IEC 17025 เหมาะกับห้องปฏิบัติการประเภทใด?

มาตรฐานนี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับองค์กรที่ดำเนินกิจกรรมการทดสอบหรือสอบเทียบได้หลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นห้องปฏิบัติการขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่


ตัวอย่างเช่น

  • Testing Laboratories: ห้องปฏิบัติการทดสอบทางเคมี กายภาพ และสาขาอื่นๆ

  • Calibration Laboratories: ห้องปฏิบัติการสอบเทียบเครื่องมือวัด

  • Food and Water Testing Laboratories: ห้องปฏิบัติการตรวจสอบคุณภาพอาหารและน้ำ

  • Environmental Laboratories: ห้องปฏิบัติการวิเคราะห์ตัวอย่างสิ่งแวดล้อม

  • Industrial Quality Control Laboratories: ห้องปฏิบัติการควบคุมคุณภาพในภาคอุตสาหกรรม

  • Research Laboratories: ห้องปฏิบัติการวิจัยที่ต้องการแสดงความสามารถในการทดสอบหรือสอบเทียบตามขอบข่ายที่กำหนด


ทั้งนี้ งานห้องปฏิบัติการแต่ละประเภทอาจมีมาตรฐานเฉพาะที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม และการรับรองตาม ISO/IEC 17025 จะพิจารณาตามขอบข่ายกิจกรรมที่กำหนด


3. ข้อกำหนดสำคัญของ ISO/IEC 17025

มาตรฐาน ISO/IEC 17025:2017 แบ่งข้อกำหนดหลักออกเป็น 5 กลุ่ม

General Requirements


กำหนดหลักการด้านความเป็นกลาง (Impartiality) และการรักษาความลับ (Confidentiality) เพื่อให้ผลการทดสอบไม่ถูกแทรกแซงจากผลประโยชน์หรือปัจจัยที่ไม่เหมาะสม


Structural Requirements

กำหนดโครงสร้างองค์กร บทบาท ความรับผิดชอบ และอำนาจหน้าที่ของบุคลากร เพื่อให้การดำเนินงานมีความชัดเจนและตรวจสอบได้


Resource Requirements

ครอบคลุมความพร้อมของทรัพยากรที่จำเป็น เช่น

  • ความสามารถและคุณสมบัติของบุคลากร

  • สถานที่และสภาวะแวดล้อม

  • เครื่องมือวัดและอุปกรณ์ห้องปฏิบัติการ

  • การสอบกลับทางมาตรวิทยา

  • ผลิตภัณฑ์และบริการจากภายนอกที่มีผลต่อกิจกรรมห้องปฏิบัติการ


Process Requirements

ครอบคลุมกระบวนการทดสอบและสอบเทียบ ตั้งแต่การทบทวนคำขอ การเลือกและตรวจสอบความเหมาะสมของวิธี การจัดการตัวอย่าง การประเมินความไม่แน่นอนของการวัด ไปจนถึงการรายงานผล

Management System Requirements


กำหนดให้ห้องปฏิบัติการมีระบบบริหารจัดการที่เหมาะสม เช่น การควบคุมเอกสารและบันทึก การจัดการความเสี่ยง การดำเนินการแก้ไข การตรวจติดตามภายใน และการทบทวนโดยฝ่ายบริหาร


ข้อกำหนดทั้งห้ากลุ่มช่วยสนับสนุนให้ห้องปฏิบัติการมีระบบการทำงานที่ชัดเจนและสามารถประเมินความน่าเชื่อถือของผลการทดสอบได้


4. ทำไม ISO/IEC 17025 จึงสำคัญ?

Improve Confidence in Results

มาตรฐานช่วยสร้างความเชื่อมั่นว่าห้องปฏิบัติการมีการควบคุมกระบวนการ บุคลากร เครื่องมือ และวิธีทดสอบอย่างเหมาะสม


Support Technical Competence

เน้นความสามารถทางเทคนิคของบุคลากรและความเหมาะสมของวิธีการทดสอบ ไม่ใช่เพียงการมีระบบเอกสารหรือการบริหารจัดการ


Enhance Measurement Traceability

สนับสนุนการสอบกลับทางมาตรวิทยาของผลการวัด โดยเชื่อมโยงกับค่าอ้างอิงผ่านลำดับการสอบเทียบที่เหมาะสม


Improve Quality Control

ส่งเสริมการติดตามความใช้ได้ของผลการทดสอบ เช่น การใช้ตัวอย่างควบคุมคุณภาพ การเปรียบเทียบผลระหว่างห้องปฏิบัติการ และการทดสอบความชำนาญตามความเหมาะสม


Support International Acceptance

การได้รับการรับรองจากหน่วยรับรองที่เข้าร่วมข้อตกลงยอมรับร่วมที่เกี่ยวข้อง สามารถช่วยส่งเสริมการยอมรับผลการทดสอบและสอบเทียบระหว่างประเทศ และอาจลดความจำเป็นในการทดสอบซ้ำ


5. ISO/IEC 17025 ต่างจาก ISO 9001 อย่างไร?

แม้ทั้งสองมาตรฐานเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการคุณภาพ แต่มีวัตถุประสงค์และขอบเขตต่างกัน

ISO 9001 เป็นมาตรฐานระบบบริหารจัดการคุณภาพที่สามารถนำไปใช้กับองค์กรได้หลากหลายประเภท

ส่วน ISO/IEC 17025 เป็นมาตรฐานเฉพาะสำหรับห้องปฏิบัติการที่มุ่งเน้นทั้งระบบบริหารจัดการและความสามารถทางเทคนิคในการทดสอบหรือสอบเทียบ




ประเด็น

ISO 9001

ISO/IEC 17025

จุดเน้น

ระบบบริหารจัดการคุณภาพ

ความสามารถและความน่าเชื่อถือของห้องปฏิบัติการ

องค์กรที่ใช้

องค์กรทั่วไป

ห้องปฏิบัติการทดสอบและสอบเทียบ

ข้อกำหนดทางเทคนิค

ไม่ได้กำหนดความสามารถเฉพาะของวิธีทดสอบ

ครอบคลุมความสามารถทางเทคนิคและวิธีทดสอบ

การยอมรับจากบุคคลที่สาม

การรับรองระบบบริหารจัดการ (Certification)

การรับรองความสามารถห้องปฏิบัติการ (Accreditation)

การได้รับ ISO 9001 ไม่ได้หมายความว่าห้องปฏิบัติการได้รับการรับรองความสามารถตาม ISO/IEC 17025 โดยอัตโนมัติ


6. Accreditation และ Certification ต่างกันอย่างไร?

สำหรับ ISO/IEC 17025 คำที่ถูกต้องในการกล่าวถึงการรับรองจากหน่วยรับรองคือ Accreditation หรือการรับรองความสามารถ


Accreditation เป็นการประเมินโดยหน่วยรับรองที่มีอำนาจหน้าที่ เพื่อยืนยันว่าห้องปฏิบัติการมีความสามารถในการดำเนินกิจกรรมทดสอบหรือสอบเทียบภายในขอบข่ายที่ได้รับการรับรอง


ขณะที่ Certification มักใช้กับการรับรองระบบบริหารจัดการ ผลิตภัณฑ์ หรือบริการตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง


สิ่งสำคัญคือ ห้องปฏิบัติการที่ได้รับ Accreditation ตาม ISO/IEC 17025 ไม่ได้หมายความว่ากิจกรรมทดสอบทุกประเภทของห้องปฏิบัติการได้รับการรับรองทั้งหมด


ผู้ใช้บริการควรตรวจสอบ Scope of Accreditation หรือขอบข่ายการรับรอง เพื่อยืนยันว่าวิธีทดสอบหรือรายการสอบเทียบที่ต้องการอยู่ในขอบข่ายจริง


7. ห้องปฏิบัติการควรเตรียมความพร้อมอย่างไร?

สำหรับห้องปฏิบัติการที่ต้องการพัฒนาระบบให้สอดคล้องกับ ISO/IEC 17025 ควรเริ่มต้นจากการประเมินความพร้อมของกระบวนการทำงานและทรัพยากร


แนวทางสำคัญ ได้แก่

  1. กำหนดขอบข่ายการทดสอบหรือสอบเทียบที่ต้องการดำเนินการ

  2. ประเมินความสามารถและความจำเป็นในการฝึกอบรมบุคลากร

  3. เลือกวิธีทดสอบที่เหมาะสม พร้อมดำเนินการ Verification หรือ Validation ตามข้อกำหนด

  4. จัดให้มีเครื่องมือวัดที่เหมาะสมและระบบสอบเทียบตามความจำเป็น

  5. จัดทำระบบการสอบกลับทางมาตรวิทยาและประเมินความไม่แน่นอนของการวัด

  6. วางระบบควบคุมคุณภาพ การจัดการเอกสาร และบันทึกผลการทดสอบ

  7. ดำเนินการตรวจติดตามภายในและทบทวนระบบบริหารจัดการ

  8. เตรียมความพร้อมสำหรับการประเมินจากหน่วยรับรองตามขอบข่ายที่ต้องการ


การเตรียมความพร้อมควรดำเนินการอย่างเป็นระบบ โดยคำนึงถึงลักษณะงานและความเสี่ยงของห้องปฏิบัติการแต่ละแห่ง


8. เครื่องมือและอุปกรณ์มีบทบาทอย่างไรต่อ ISO/IEC 17025?

เครื่องมือวัดและอุปกรณ์ห้องปฏิบัติการเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ส่งผลต่อความถูกต้องและความน่าเชื่อถือของผลการทดสอบ


ห้องปฏิบัติการจึงควรเลือกอุปกรณ์ที่มีสมรรถนะเหมาะกับวิธีทดสอบ และสามารถตรวจสอบหรือสอบเทียบได้ตามความจำเป็น


ปัจจัยที่ควรพิจารณา ได้แก่

  • Measurement Accuracy: ความถูกต้องที่เหมาะกับข้อกำหนดของงาน

  • Calibration and Verification: การสอบเทียบและทวนสอบประสิทธิภาพของอุปกรณ์

  • Measurement Traceability: การสอบกลับทางมาตรวิทยา

  • Equipment Maintenance: การบำรุงรักษาและการตรวจสอบสภาพเครื่องมือ

  • Technical Documentation: เอกสารข้อมูลทางเทคนิคและคู่มือการใช้งาน

  • Environmental Conditions: สภาพแวดล้อมที่อาจส่งผลต่อการทำงานของเครื่องมือ


อย่างไรก็ตาม มาตรฐาน ISO/IEC 17025 ไม่ได้กำหนดว่าต้องใช้เครื่องมือยี่ห้อใดหรือรุ่นใดเป็นการเฉพาะ แต่ให้ความสำคัญกับความเหมาะสมของอุปกรณ์ต่อกิจกรรมและข้อกำหนดการวัด


สรุป

ISO/IEC 17025 เป็นมาตรฐานสากลที่มีบทบาทสำคัญในการยกระดับความสามารถและความน่าเชื่อถือของห้องปฏิบัติการทดสอบและสอบเทียบ


มาตรฐานนี้ครอบคลุมทั้งระบบบริหารจัดการ ความสามารถของบุคลากร วิธีทดสอบ เครื่องมือวัด และการควบคุมคุณภาพของผลการวิเคราะห์


การดำเนินงานตามข้อกำหนดและการได้รับการรับรองความสามารถในขอบข่ายที่เกี่ยวข้อง ช่วยสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้ใช้บริการ และสนับสนุนการยอมรับผลการทดสอบในระดับประเทศและระหว่างประเทศ


การเลือกใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ที่เหมาะสม พร้อมระบบการสอบเทียบและการดูแลรักษาที่มีประสิทธิภาพ จึงเป็นพื้นฐานสำคัญของการพัฒนาห้องปฏิบัติการให้สอดคล้องกับมาตรฐาน


ค้นหาเครื่องมือวิทยาศาสตร์และอุปกรณ์ห้องปฏิบัติการที่เหมาะกับความต้องการด้านการทดสอบและการควบคุมคุณภาพของคุณ


bottom of page